วิทยานิพนธ์

หัวข้อดุษฎีนิพนธ์                               กระบวนการกลายเป็นมือปืนรับจ้าง: อาชญากรมืออาชีพ

ชื่อผู้วิจัย                                                นายวรวัฒน์  วรวัฒนา

หลักสูตร/ คณะ/ มหาวิทยาลัย            รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต/ ศิลปศาสตร์/ มหาวิทยาลัยเกริก

อาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์            รองศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์  สามัคคีธรรม

ปีการศึกษา                                           2552

 

บทคัดย่อ

 

                    ดุษฎีนิพนธ์เรื่อง  “กระบวนการกลายเป็นมือปืนรับจ้าง: อาชญากรมืออาชีพ”  มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อ  1)  ศึกษาถึงปัจจัยในการตัดสินใจเข้าสู่อาชีพมือปืนรับจ้าง  2)  ศึกษาถึงกระบวนการกล่อมเกลาบุคคลเข้าสู่การเป็นมือปืนรับจ้าง  และ  3)  ศึกษาถึงความสัมพันธ์หรือแรงยึดเกาะในกลุ่มของมือปืนรับจ้าง  การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกอดีตมือปืนรับจ้าง  จำนวน  5  ราย

                    ผลการวิจัยพบว่า  ปัจจัยแรกที่เป็นสาเหตุในการทำให้บุคคลตัดสินใจเข้าสู่อาชีพมือปืนรับจ้างประกอบด้วย  1)  ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม  ได้แก่  ปัญหาของความยากจนและการมีหนี้สินมาก  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บุคคลเกิดการตัดสินใจเข้าสู่อาชีพมือปืนรับจ้าง  ด้วยความหวังที่จะหารายได้เพื่อช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวให้มีฐานะความเป็นอยู่คุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นกว่าเดิม  นอกจากนี้ยังมีความต้องการที่จะปลดเปลื้องภาระหนี้สินที่ตนเองแบกภาระอยู่  และการมีปฏิสัมพันธ์กับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เกเรและบุคคลอื่น  ก่อให้เกิดการชักนำไปสู่การตัดสินใจกระทำผิดกฎหมายได้ง่าย  2)  ปัจจัยพื้นฐานทางวัฒนธรรม  “เกียรติและศักดิ์ศรี”  นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งของบุคคลที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางของ  “มือปืนรับจ้าง”  ที่พากันยึดถืออย่างเหนียวแน่นไม่ยอมให้ผู้ใดมาละเมิดหรือดูหมิ่นเหยียดหยามได้ 

                    ปัจจัยที่สอง  บุคคลที่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเป็น  “มือปืนรับจ้าง”  จะต้องทำการเรียนรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้  ทักษะ  และทัศนคติ  ที่ต้องผ่านกระบวนการกล่อมเกลาอย่างน้อยในด้านต่าง ๆ  คือ  1)  มีการกล่อมเกลาและหล่อหลอมเกี่ยวกับรูปแบบและวิธีการที่จะสังหาร  “เหยื่อ”  2)  ผ่านการหล่อหลอมทางด้านจิตใจจนกระทั่งกลายเป็นคนที่มีจิตใจเหี้ยมโหดและเย็นชา  อันจะส่งผลให้เกิด  “ความกล้า”  ในการลงมือทำงานในสิ่งที่บุคคลปกติทั่วไปไม่อาจฝืนใจทำได้อย่างง่าย ๆ  3)  มีการเรียนรู้เกี่ยวกับ  “วัฒนธรรมย่อย”  ที่ต้องยึดถือ  คือ  3.1)  มีการเรียนรู้เกี่ยวกับข้อตกลงของการเป็น  “มือปืนรับจ้าง”  ที่จะต้องทำการยึดถือไว้อย่างจริงจังนั่นคือ  “ความสัตย์”  อันได้แก่การไม่เปิดเผยความลับเกี่ยวกับต้นตอหรือที่มาที่ไปของผู้ว่าจ้าง  การมีความซื่อสัตย์ต่อ  “เจ้านาย”  และพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เป็นมือปืนรับจ้างด้วยกัน  รวมตลอดถึงการมอบให้ในความจงรักภักดีอย่างสม่ำเสมอต่อ  “เจ้านาย”  เปรียบเสมือน  “บิดา”  ของตน  3.2)  มีการเรียนรู้เกี่ยวกับการที่จะทำให้ตนเองได้รับความปลอดภัย  อันได้แก่  การไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะโดยไม่มีความจำเป็น  การเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของตนเองให้กลายเป็นคนที่เงียบขรึม  พูดน้อยและชอบเก็บตัว  ตลอดจนมีการเรียนรู้ ในการอ่านจิตใจคน  และวิธีการป้องกันตัวเองจากคนแปลกหน้า 

      ปัจจัยที่สาม  ในเรื่องของความสัมพันธ์หรือแรงยึดเกาะในกลุ่มของมือปืนรับจ้างนั้น  ถือกันได้ว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  เพราะมือปืนรับจ้างจำเป็นที่จะต้องเข้าสู่การมีเครือข่าย  (Networking)  เพราะเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย  ซึ่งหากอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีสังกัดหรือมีเครือข่ายในการรับ  “งาน”  ให้ทำ  “งาน”  ก็จะไม่สามารถเข้ามาถึงตนเองได้  การมีสังกัดหรือมีเครือข่ายที่เรียกกันทั่วไปว่า  “ซุ้มมือปืน”  จึงเป็นตัวจักรที่สำคัญในการรับ  “งาน”  ให้กับบรรดาสมาชิกหรือมือปืนรับจ้างที่อยู่ในสังกัด  และเป็นแหล่งของการสร้างวัฒนธรรมย่อยตลอดจนค่านิยมของหมู่มือปืนรับจ้างอย่างแท้จริง  จนเป็นแหล่งที่มาของกลุ่มอ้างอิง  และ “อัตลักษณ์”  ของมือปืนรับจ้าง  ทั้งยังเป็นแหล่งที่ให้การคุ้มครองความปลอดภัยแก่สมาชิก  และมีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์หรือแรงยึดเกาะที่มีความเหมาะสมและกลมกลืนจนสามารถเรียกได้ว่า  “เป็นหนึ่งเดียวกัน”  ให้กับบรรดาสมาชิกซึ่งก็คือ  “มือปืนรับจ้าง”  อีกโสตหนึ่งด้วย



Top