วิทยานิพนธ์

หัวข้อดุษฎีนิพนธ์                      การจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมโดยใช้

                                           ชุมุชนเป็นฐาน ศึกษากรณี: เครือข่าย

                                           พัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว

ชื่อผู้ศึกษา                              นางธันฐกรณ์  รื่นกฤษ์รักษ์

หลักสูตร/ คณะ/ มหาวิทยาลัย     รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต/

                                            ศิลปศาสตร์/ มหาวิทยาลัยเกริก

อาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์   รองศาสตราจารย์ ดร. เพ็ญประภา ภัทรานุกรม 

ปีการศึกษา                              2561

 

บทคัดย่อ

 

                    การศึกษานี้เป็นการศึกษาการก่อตั้งกระบวนการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว โดยศึกษาบทเรียนการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานของเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว และศึกษาแนวทางในการจัดการน้ำท่วมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานของเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) สัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) มีผู้ที่ให้ข้อมูลที่สำคัญ (Key – informant) ได้แก่ ประธานชุมชน คณะกรรมการเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว แกนนำชุมชน และผู้อาวุโสในพื้นที่ พบว่า ปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม ได้แก่ ทุนทางสังคม ความเป็นผู้นำในด้านต่าง ๆ ทำให้สามารถแก้ปัญหาในด้านการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การให้ข้อมูลข่าวสารแก่สมาชิก การเดินทางที่เป็นไปด้วยความลำบาก การตื่นตระหนกของสมาชิก การกักตุนอาหาร สิ่งของอุปโภคบริโภค เกิดความไม่สมดุล ข้อเสนอแนะสำหรับภาคีที่เกี่ยวข้อง คือ ประธานชุมชนหรือผู้นำต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการชุมชนโดยทั่วไป และการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม ที่จะต้องพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ พร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่ทวีความรุ่นแรงมากขึ้น อีกทั้งการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม ควรเป็นไปในลักษณะกระจายอำนาจ นอกจากนี้ เครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว ควรทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ให้ความรู้ ให้คำแนะนำแก่ชุมชนในเครือข่าย เน้นให้ชุมชนพึ่งพาตัวเอง ส่วนในเรื่องการมีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลสาธารณะ ควรทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลกลาง เก็บรวบรวมข้อมูลของทุกชุมชน และเปิดเป็นสาธารณะ มีการแบ่งปันให้ชุมชนอื่น ๆ ได้นำไปใช้ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพลังชุมชนผลักดันให้การบริหารจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน เข้าสู่การกำหนดนโยบายของภาครัฐ ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ ควรกระจายอำนาจให้แก่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถเป็นผู้บริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ของตนเอง โดยภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน วิชาการ และสิ่งของจำเป็น เพื่อเป็นปัจจัยเสริมให้ชุมชนฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยุคต่อไป และบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม และให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ให้การสนับสนุนส่งเสริมการจัดฝึกอบรมเพื่อป้องกันและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต

คำสำคัญ การจัดการภัยพิบัติ ชุมชนเป็นฐาน เครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว



Top