วิทยานิพนธ์

หัวข้อดุษฎีนิพนธ์                         การมีส่วนร่วมของประชาชน:

                                               ผู้พิพากษาสมทบในการพิจารณา

                                               คดีของศาลเยาวชนและครอบครัว   

ชื่อผู้ศึกษา                                 นางสาวนนธนวนันพ์  ตั้งตรงจิตต์

หลักสูตร/คณะ/มหาวิทยาลัย          รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต/

                                               ศิลปศาสตร์/ มหาวิทยาลัยเกริก

อาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์           ดร.เฉลิม  เกิดโมลี

ปีการศึกษา                                 2561


 บทคัดย่อ

             ศาลเยาวชนและครอบครัวนอกจากจะมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมในสังคมเช่นเดียวกับศาลอื่น ๆ แล้ว ยังต้องมีบทบาทในการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูให้เด็ก เยาวชนและครอบครัวประพฤติตนไปในทางที่ปรารถนามากกว่าจะมุ่งลงโทษด้วยเหตุนี้เองประชาชนจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาและปกป้องสิทธิ์ของเยาวชนและครอบครัว สำหรับศาลเยาวชนและครอบครัวได้มีแนวทางดำเนินการตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 23 คือการมีผู้พิพากษาสมทบร่วมพิจารณาคดี อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่มีการศึกษาวิจัยว่าการมีส่วนร่วมของผู้พิพากษาสมทบมีลักษณะอย่างไรและส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมมากน้อยเพียงใด การศึกษานี้จะใช้วิธีการเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ให้ข่าวสารสำคัญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการเชื่อมโยงเชิงเหตุผลเป็นหลัก  ผลการศึกษาพบว่า  ผู้พิพากษาสมทบเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาอย่างแท้จริงค่อนข้างต่ำ กระนั้นก็ตามกระบวนการพิจารณาของศาลก็สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ในระดับสูง กล่าวคือ การมีส่วนร่วมในส่วนที่จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการพิจารณาพิพากษาคดี เช่น การเข้าร่วมประชุมสัมมนา  การมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามที่กฎหมายกำหนดและตามนโยบายศาลเยาวชนและครอบครัวที่คุ้มครองเด็ก/ เยาวชน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย งานให้คำปรึกษา และงานจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู  การสงเคราะห์ให้ความช่วยเหลือตลอดจนการกำหนดหน้าที่ของเครือข่ายภายนอกศาลอย่างครบถ้วน  เด็ก/ เยาวชนและครอบครัวปรากฏการมีส่วนร่วมภายในศาลการคุ้มครองช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้นถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมระดับต่ำถึงระดับกลาง ซึ่งการวิจัยบ่งชี้ว่าการมีส่วนร่วมดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์สูงและการมีส่วนร่วมเช่นที่กล่าวมานี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นสอดคล้องกับความพึงพอใจและความต้องการจึงมีระดับสูงตามมาด้วย 




Top